นโยบายความเป็นส่วนตัวและ PDPA
ประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569
มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2569
ฉบับนี้ใช้แทนฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2569
บริษัท ทริปฟอร์จ จำกัด
บริษัท ทริปฟอร์จ จำกัด ("บริษัท") ซึ่งให้บริการภายใต้ชื่อ Itinerry มีนโยบายนี้เพื่ออธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้มีการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังคงไว้ซึ่งความจำเป็นในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนบุคคล
ข้อ 1 บริษัทเคารพและให้ความสำคัญถึงสิทธิส่วนบุคคลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ บริษัทตระหนักดีว่า ลูกค้าทุกท่านย่อมมีความประสงค์ที่จะได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยในการใช้บริการกับบริษัท
ข้อ 2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมา เช่น ชื่อ อายุ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทเท่านั้น และบริษัทจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบ
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
ข้อ 3 บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัทและภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทจะแจ้งความประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศกำหนดให้กระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นก่อน
ข้อ 4 ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนเก็บรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินการของบริษัท การให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น
ข้อ 5 บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีฐานทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น ความยินยอมของท่าน ความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านทำกับบริษัท หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย และจะขอความยินยอมจากท่านก่อนทุกครั้งในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม
ข้อ 6 บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นการยินยอมจากแหล่งอื่นให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทแล้วเท่านั้น
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 7 บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น
ข้อ 8 หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทราบและขอความยินยอมนั้นใหม่
ข้อ 9 ในกรณีที่บริษัทมีการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุไว้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลในการเลือกว่า จะให้บริษัทเก็บรวบรวม จัดเก็บ ใช้ เปิดเผยหรือไม่ให้เก็บรวบรวม จัดเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
ข้อ 10 เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์และติดตามการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ การใช้บริการทางเว็บไซต์ หรือระบบออนไลน์อื่นใด และวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน รวมถึงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ บริษัทจึงจัดเก็บบันทึกข้อมูลการเข้าออกเว็บไซต์โดยระบบอัตโนมัติ โดยจัดเก็บข้อมูลต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
- 10.1 หมายเลขไอพี (IP Address)
- 10.2 ประเภทของโปรแกรมเบราว์เซอร์ (Browser)
ข้อ 11 บริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่
- 11.1 ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้ทราบแล้ว หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
- 11.2 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด
การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้อย่างจำกัด
ข้อ 12 บริษัทจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ต่อเมื่อเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น
ข้อ 13 บริษัทจะดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทมิให้เปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์หรือต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่
- 13.1 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด
- 13.2 ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- 13.3 เป็นไปเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ใช้บริการอื่น
- 13.4 เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
ข้อ 14 ในบางกรณีบริษัทอาจให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ข้อ 15 บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 16 ท่านใช้สิทธิตามข้อ 18 ได้โดยส่งคำขอมาทางช่องทางติดต่อท้ายนโยบายนี้ เช่น อีเมลหรือ LINE Official Account ของบริษัท บริษัทอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นแอบอ้างเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลของท่าน เมื่อได้รับคำขอแล้ว บริษัทจะดำเนินการและแจ้งผลให้ท่านทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ข้อ 17 หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่เกี่ยวกับตนไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง สามารถแจ้งบริษัทเพื่อให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ ในการนี้ บริษัทจะจัดทำบันทึกคำคัดค้านการจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐานด้วย
ข้อ 18 ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้
- 18.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
- 18.2 สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่อ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลนั้นไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น (สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล)
- 18.3 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- 18.4 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้
- 18.5 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- 18.6 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 18.7 สิทธิถอนความยินยอมที่ท่านเคยให้ไว้กับบริษัทได้ทุกเมื่อ โดยถอนได้ง่ายเช่นเดียวกับตอนให้ความยินยอม เช่น ความยินยอมเรื่องคุกกี้ ท่านถอนได้ที่ปุ่ม "ตั้งค่าคุกกี้" บนเว็บไซต์หรือที่หน้านโยบายคุกกี้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมไม่กระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ทำไปแล้วโดยอาศัยความยินยอมก่อนการถอน
- 18.8 สิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หากท่านเห็นว่าบริษัท ลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัท ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายอนุญาต เช่น เมื่อบริษัทต้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้ว และบริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ
การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก
ข้อ 19 บริษัทอาจเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกอื่น บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งขอความยินยอม โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
- 19.1 บุคคลหรือหน่วยงานที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล
- 19.2 วัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล
- 19.3 วิธีการในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล
- 19.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการเชื่อมโยง
ข้อ 20 ในการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกอื่น บริษัทจะแสดงชื่อผู้เก็บรวบรวม บุคคลผู้มีสิทธิในข้อมูลที่ได้มีการเก็บรวบรวมอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบ นอกจากนี้ บริษัทจะจัดทำบันทึกการเชื่อมโยงข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 21 หากมีการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงข้อมูล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และขอความยินยอมก่อนการดำเนินการ
การใช้ การเก็บ และการลบเอกสารที่ท่านอัปโหลด
ข้อ 22 เมื่อท่านใช้บริการ Document Review & Consultation (ตรวจแฟ้มวีซ่ากับผู้เชี่ยวชาญ) ท่านจะส่งเอกสารในแฟ้มยื่นวีซ่าของท่านให้บริษัทตรวจ เอกสารเหล่านี้ เช่น สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน และรายการเดินบัญชีธนาคาร มักมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทดูแลเอกสารของท่านดังนี้
22.1 วัตถุประสงค์ บริษัทใช้เอกสารของท่านเพื่อตรวจแฟ้มยื่นวีซ่าของท่านเท่านั้น ได้แก่ การอ่านและตรวจเอกสาร การพูดคุยกับท่านเรื่องแฟ้ม และการจัดทำรายงานผลการตรวจให้ท่าน หากท่านต้องการให้บริษัทใช้เอกสารชุดเดียวกันกับบริการอื่น เช่น ให้บริษัทดูแลการยื่นวีซ่าให้ต่อ บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน
22.2 ผู้ที่เข้าถึงเอกสาร เอกสารของท่านเปิดดูได้เฉพาะทีมงานของบริษัทที่ดูแลเคสของท่านเท่านั้น บริษัทจะไม่เปิดเผยเอกสารของท่านให้บุคคลภายนอก เว้นแต่ในกรณีตามข้อ 13 ทั้งนี้ ไฟล์ที่ท่านอัปโหลดผ่าน app.itinerry.com จะถูกเก็บในระบบของผู้ให้บริการคลาวด์ที่บริษัทว่าจ้าง ซึ่งมีสัญญากับบริษัทให้ใช้ไฟล์เพื่อให้บริการแก่บริษัทเท่านั้น ส่วนไฟล์ที่ท่านส่งในแชต LINE จะผ่านและถูกเก็บในระบบของ LINE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอก ตามข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ LINE
22.3 ช่องทางส่งเอกสาร ท่านส่งเอกสารให้บริษัทได้ 2 ช่องทางเท่านั้น คือ อัปโหลดผ่าน app.itinerry.com (เมื่อเปิดให้บริการ) หรือส่งในแชตกับ LINE Official Account ของบริษัท (@itinerry) ทั้งสองช่องทางรับส่งไฟล์ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัส บริษัทจะไม่ขอเอกสารของท่านผ่านบัญชี LINE ส่วนตัวของพนักงานหรือช่องทางอื่น หากมีผู้ขอเอกสารจากท่านในนามบริษัทผ่านช่องทางอื่น โปรดอย่าส่ง และแจ้งบริษัทผ่านช่องทางติดต่อท้ายนโยบายนี้
22.4 ระยะเวลาเก็บ บริษัทจะลบเอกสารของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทส่งรายงานผลการตรวจให้ท่าน ทั้งจากระบบของบริษัทและจากแชต LINE ฝั่งบริษัทเท่าที่ระบบ LINE เปิดให้ทำได้ เว้นแต่ท่านเลือกเก็บเอกสารไว้ใน vault ตามข้อ 22.6 หากบริษัทไม่ได้ส่งรายงานผลการตรวจ เช่น ท่านยกเลิกบริการหรือไม่ดำเนินการต่อ บริษัทจะลบเอกสารของท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยกเลิกหรือวันที่บริษัทแจ้งปิดเคส ส่วนสำเนาที่อยู่ในอุปกรณ์ของท่านหรือในแชต LINE ฝั่งของท่าน ท่านลบได้เองตามวิธีของ LINE
22.5 การขอให้ลบก่อนกำหนด ท่านขอให้บริษัทลบเอกสารของท่านก่อนครบกำหนดได้ทุกเมื่อ รวมถึงเอกสารที่เก็บไว้ใน vault โดยแจ้งผ่านช่องทางติดต่อท้ายนโยบายนี้ บริษัทจะลบเอกสารโดยไม่ชักช้าและแจ้งให้ท่านทราบเมื่อลบเรียบร้อยแล้ว หากท่านขอให้ลบก่อนบริษัทส่งรายงาน บริษัทอาจไม่สามารถตรวจแฟ้มของท่านต่อจนเสร็จได้
22.6 การเก็บเอกสารใน vault (บริการเสริมที่มีค่าใช้จ่าย) หากท่านต้องการเก็บเอกสารไว้ใช้ภายหลัง ท่านสามารถเช่า vault ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บเอกสารบน app.itinerry.com ได้เมื่อบริษัทเปิดให้บริการ บริษัทจะเก็บเอกสารของท่านไว้ใน vault เฉพาะเมื่อท่านขอเท่านั้น สิทธิการใช้ vault มีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ท่านชำระค่าบริการ vault บริษัทจะลบเอกสารใน vault เมื่อสิทธิหมดอายุ หรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ท่านยกเลิก vault การเข้าถึง vault ต้องเข้าสู่ระบบด้วย LINE Login และยืนยันตัวตนอีกขั้นหนึ่ง (การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน) เมื่อท่านเข้าสู่ระบบด้วย LINE Login บริษัทจะได้รับข้อมูลโปรไฟล์ LINE ของท่านตามที่ท่านอนุญาตในหน้าจอของ LINE
22.7 ฐานทางกฎหมาย บริษัทใช้เอกสารของท่านเพื่อปฏิบัติตามสัญญาให้บริการที่ท่านทำกับบริษัท หากเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือศาสนา หรือเป็นเอกสารของผู้เยาว์ บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านหรือผู้ใช้อำนาจปกครองก่อนการอัปโหลด
การวัดผลโฆษณาและข้อความใน LINE
เมื่อท่านยินยอมให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการโฆษณา เว็บไซต์จะโหลด OpenAI Pixel เฉพาะบนหน้าบริการตรวจแฟ้มวีซ่า เพื่อบันทึกการเข้าชมหน้าและรหัสอ้างอิงจากโฆษณา (oppref) สำหรับวัดผลโฆษณาของบริษัท บริษัทจะไม่โหลด Pixel นี้ก่อนท่านให้ความยินยอม และท่านเปลี่ยนหรือถอนความยินยอมได้ที่ปุ่ม "ตั้งค่าคุกกี้" บนเว็บไซต์
เมื่อท่านกดปุ่มติดต่อผ่าน LINE จากหน้าดังกล่าว LINE จะเปิดข้อความร่างที่ท่านแก้ไขหรือลบได้ก่อนส่ง หากท่านยินยอมด้านโฆษณา ข้อความร่างจะมีรหัสอ้างอิงโฆษณาเพื่อเชื่อมการติดต่อกับโฆษณาที่ท่านคลิก การเปิดแชตหรือเห็นข้อความร่างยังไม่ถูกนับเป็นการส่งคำขอติดต่อ บริษัทนับผลเมื่อท่านกดส่งข้อความที่มีรหัสอ้างอิงนั้นจริงเท่านั้น
เมื่อได้รับข้อความดังกล่าวจาก LINE ระบบของบริษัทจะตรวจสอบว่าเหตุการณ์มาจาก LINE แล้วส่งไปยัง OpenAI เฉพาะประเภทเหตุการณ์ว่ามีการติดต่อ เวลาที่เกิดเหตุการณ์ รหัสอ้างอิงโฆษณา และ URL ของหน้าบริการ โดยไม่ส่งเนื้อหาข้อความ ชื่อ โปรไฟล์ LINE หมายเลขผู้ใช้ LINE หรือไฟล์แนบให้ OpenAI ข้อมูลการสนทนาใน LINE ยังคงอยู่ภายใต้การให้บริการของ LINE และการดูแลของบริษัทตามนโยบายนี้ หากท่านไม่ยินยอมด้านโฆษณา บริษัทจะไม่ใส่รหัสอ้างอิงโฆษณาในข้อความร่างและจะไม่ส่งเหตุการณ์จากข้อความนั้นไปยัง OpenAI
การเปลี่ยนแปลงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 23 บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการ การดำเนินงาน กฎหมาย และข้อเสนอแนะความคิดเห็นจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงไว้ที่หน้านี้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนวันที่มีผลใช้บังคับ โดยระบุวันที่ประกาศและวันที่มีผลใช้บังคับไว้ที่ส่วนต้นของนโยบาย และอาจส่งประกาศแจ้งเตือนให้ท่านทราบโดยตรงด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการแก้ไขที่ไม่เปลี่ยนสาระ เช่น แก้คำผิดหรือช่องทางติดต่อ และการเปลี่ยนแปลงที่กฎหมายกำหนดให้มีผลทันที
ช่องทางติดต่อ
ข้อ 24 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดศึกษาจากนโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ต้องการใช้สิทธิตามข้อ 18 หรือต้องการขอให้ลบเอกสารของท่าน โปรดติดต่อบริษัทที่
บริษัท ทริปฟอร์จ จำกัด
84 ซอย 4 ถนนเทศบาลรังสรรค์เหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
หมายเลขโทรศัพท์ 02-2798566
อีเมล info@tripforge.co
